col

18,10,0,50,1
600,600,60,1,3000,5000,25,800
90,150,1,50,12,30,50,1,70,12,1,50,1,1,1,5000
Powered By Creative Image Slider
www.col.siam.edu
www.col.siam.edu
www.col.siam.edu

คำถามที่พบบ่อย >>>

 
Q : กรณีที่ลืมรหัสผ่านจะต้องทำอย่างไร ?
A : กองทุนฯ มีการแนะนำเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ที่หน้าเว็บไซต์ของกองทุนฯ เพื่อทำการ Reset รหัสผ่านใหม่ >>> click
   
Q : กรณีที่ผู้กู้ยืมยืนยันการขอกู้ยืมเงินไม่ทันภายในระยะเวลาที่กองทุนฯ กำหนดจะทำอย่างไร ?
A : ผู้กู้ยืมควรรีบยืนยันการขอกู้ยืมเงินในเว็บไซต์ทันทีที่ระบบเปิด หรือดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนถึงกำหนดการลงทะเบียนเรียนทุกเทอม ซึ่งกองทุนฯ จะทำการปิดระบบเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาหากผู้กู้ยืมรายใดยื่นไม่ทัน ถือว่าไม่ประสงค์จะขอกู้ยืมในเทอมนั้นๆ ให้ชำระเงินค่าเล่าเรียนเอง
   
Q : ในเทอม 1 ไม่ได้ขอกู้ยืมค่าครองชีพ แต่ในเทอม 2 จะขอกู้ได้หรือไม่ ?
A : ไม่สามารถทำได้  ผู้กู้ยืมจะต้องทำเรื่องขอกู้ยืมตั้งแต่เทอม 1 เท่านั้น
   
Q : หากต้องการเปลี่ยนสถานศึกษาและต้องการยื่นเรื่องขอกู้ยืมต่อเนื่องจากที่เดิม ในเทอม 2 กับสถานศึกษาแห่งใหม่จะทำได้หรือไม่
A : ไม่สามารถทำได้
   
Q : กรณีที่กู้ยืมในเทอมที่ 1 แต่ไม่ต้องการกู้ต่อในเทอมที่ 2 ต้องทำอย่างไร และจะสามารถกู้ยืมในปีถัดไปได้หรือไม่ ?
A : ในกรณีที่ไม่ต้องการกู้ยืมต่อในเทอมที่ 2 ก็ไม่ต้องเข้าไปยืนยันการขอกู้ยืมในเทอมที่ 2  และถ้าต้องการกู้ยืมในปีการศึกษาถัดไป สามารถทำได้ โดยเข้าไปยืนยันการขอกู้ยืมในระบบ และต้องส่งแบบคำขอกู้ยืมเงิน(กยศ.101) และหนังสือรับรองรายได้ครอบครัว(กยศ. 102) ให้สถานศึกษาพิจารณาภายในเดือนมีนาคม ของทุกปี
   
Q : การทำสัญญากู้ยืมต้องทำทุกปีหรือไม่ และผู้ปกครองต้องมาลงนามอีกหรือไม่ ?
A : การทำสัญญากู้ยืมทำเพียงครั้งเดียว เมื่อผู้กู้ยืมเข้ามาเรียนในสถานศึกษานั้นๆ แต่หากเปลี่ยนสถานศึกษาจะต้องทำสัญญากับสถานศึกษาใหม่ทุกครั้ง
   
Q : ในการต่อสัญญากู้ยืมในปีต่อไป ผู้รับรองรายได้ต้องเซ็นอีกหรือไม่ และหากต้องเซ็นจะเปลี่ยนผู้รับรองคนใหม่ได้หรือไม่ ?
A : หากผู้กู้ยืมต้องการกู้ต่อในปีการศึกษาต่อไป จะต้องนำแบบ กยศ. 102 ไปให้ผู้รับรองรายได้รับรองทุกปี(ภายในเดือนมิถุนายน) ทั้งนี้ สามารถเปลี่ยนผู้รับรองได้ตามคุณสมบัติที่กองทุนฯ กำหนด
   
Q : ถ้าปีหน้าครอบครัวมีรายได้เกิน 360,000 บาท จะสามารถกู้ต่อได้หรือไม่ ?
A : กรณีเป็นผู้กู้ยืม ลักษณะที่ 1 (กยศ. เดิม) ถือว่าขาดคุณสมบัติ ไม่สามารถกู้ต่อได้ ส่วนผู้กู้ยืม ลักษณะที่ 2 (กรอ. เดิม) ซึ่งเคยกู้ค่าครองชีพได้นั้น จะสามารถกู้ได้เฉพาะค่าเล่าเรียนเพียงอย่างเดียว
   
Q : กรณีที่เรียนไม่จบตามหลักสูตร จะสามารถกู้ต่ออีกในปีถัดไปได้หรือไม่ ?
A : กรณีที่อยู่ในเงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษากำหนด เช่น  เรียนต่อเนื่องตลอดหลักสูตร(ไม่เคยย้ายสถานศึกษา,ไม่เคยลาออก-เข้าใหม่,ไม่เคยพักการเรียน เป็นต้น) ผลการเรียนไม่น้อยกว่า 1.75 และมีหน่วยกิตคงเหลือไม่เกิน 36 หน่วยกิต  ถ้าอยู่ในเงื่อนไขดังกล่าว สามารถยื่นคำร้องที่สำนักแนะแนวฯ ได้ภายในเดือนมิถุนายนของทุกปี
   
Q : ในกรณีที่ทำการกู้ยืมเพียงเทอมเดียว จะถือเป็นการใช้สิทธิกู้ยืม 1 ปี หรือไม่ ?
A : กรณีนี้ถือเป็นการใช้สิทธิเต็มปี
   
Q : ในระหว่างเทอมการศึกษา สถานศึกษาจะสามารถยกเลิกการกู้ยืมของนักศึกษาได้หรือไม่ ?
A : สามารถทำได้  หลังจากที่สถานศึกษาอนุมัติให้กู้ยืมแล้ว นักศึกษาต้องประพฤติ ปฏิบัติให้อยู่ในระเบียบของสถานศึกษาอย่างเคร่งครัด ซึ่งหากสถานศึกษาเห็นว่านักศึกษารายนั้นๆ ไม่มีความเหมาะสม ก็สามารถยกเลิกการกู้ยืมได้ทันที
   
Q : ผู้กู้ยืมที่ยื่นเรื่องขอต่อสัญญาในปีต่อๆไปจะได้รับการอนุมัติทุกคนหรือไม่ ?
A : การพิจารณาอนุมัติให้กู้ยืมจะต้องเป็นไปตามคุณสมบัติที่กองทุนฯ กำหนด หากในปีใดผู้กู้ยืมขาดคุณสมบัติ เช่น รายได้ครอบครัวเกินกว่าที่กองทุนฯ กำหนด หรือผลการเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ของสถานศึกษา จะไม่สามารถกู้ต่อได้
   
Q : ผู้กู้ยืมมีการเปลี่ยนแปลงชื่อ- นามสกุล ที่อยู่ เลขที่บัญชี จะต้องทำอย่างไร ? 
A :
ใช้แบบฟอร์ม กยศ. 108 (ขอที่สำนักแนะแนวฯ หรือดาวน์โหลดที่เว็บไซต์กองทุนฯ) กรอกรายละเอียดให้ถูกต้อง พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น
 
1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
2. สำเนาการเปลี่ยนชื่อ/นามสกุล
3.สำเนาทะเบียนบ้าน
4. สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร
 
*** สำเนาเอกสารทุกฉบับ ต้องรับรองสำเนาถูกต้องให้เรียบร้อย และยื่นที่สำนักแนะแนวฯ เพื่อให้สถานศึกษาลงนาม และประทับตราสถานศึกษา หลังจากนั้นนำส่งผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (ผ่าน บมจ.กรุงไทย หรือธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย)
   
Q : นักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ แต่ไม่ได้กู้ยืมกองทุนฯ ต่อ ควรทำอย่างไร ?
A :
นักศึกษาต้องรายงานสถานภาพการเป็นนักศึกษา ให้ผู้บริหารจัดการเงินให้กู้ยืม โดยใช้แบบฟอร์ม กยศ.204 (ขอที่สำนักแนะแนวฯ หรือดาวน์โหลดที่เว็บไซต์กองทุนฯ) กรอกรายละเอียดให้ถูกต้อง พร้อมแนบเอกสารประกอบ ดังนี้
 
1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
2. หนังสือรับรองการเป็นนักศึกษาจากสถานศึกษา (ขอเอกสารที่สำนักทะเบียน และวัดผล)
นำเอกสารดังกล่าว ยื่นที่สำนักแนะแนวฯ เพื่อให้สถานศึกษาลงนาม และประทับตราสถานศึกษา หลังจากนั้นนำส่งผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (ผ่าน บมจ.กรุงไทย หรือธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย)
 
*** หมายเหตุ นักศึกษายังไม่ต้องชำระหนี้ แต่ให้นักศึกษารายงานสถานภาพทางการศึกษาให้ธนาคารทราบทุกปี จนกว่าจะสำเร็จการศึกษา หากไม่รายงานจะครบกำหนดชำระหนี้ เมื่อไม่ต่อสัญญากู้ยืม 2 ปี
   
Q : นักศึกษากองทุนฯ เสียชีวิตขณะที่กำลังศึกษาอยู่ต้องทำอย่างไร ?
A :
ให้ผู้ที่มาแจ้ง ติดต่อสำนักแนะแนวฯ และจัดเตรียมเอกสารหลักฐาน ดังนี้
 
1. สำเนาใบมรณบัตร
2. สำเนาทะเบียนบ้าน (ประทับตราว่า "ตาย" )
3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้กู้ยืม (ถ้ามี)
4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของบุคคลที่มาแจ้ง
 
* สำเนาเอกสารทุกฉบับ ต้องรับรองสำเนาถูกต้องจากผู้ที่มาแจ้ง และนำส่งผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (ผ่าน บมจ.กรุงไทย หรือธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย)
** โดยกองทุนฯ จะได้ทำการตรวจสอบและพิจารณาระงับหนี้ เฉพาะในส่วนที่มีการโอนเงินให้กับผู้กู้ยืมก่อนที่จะเสียชีวิต แต่หากเป็นกรณีที่มีการโอนให้กับผู้กู้ยืมหลังจากวันที่ผู้กู้ยืมเสียชีวิต ทายาท/ผู้ปกครอง/ผู้ค้ำประกัน มีหน้าที่ที่จะต้องนำส่งเงินจำนวนดังกล่าวคืนแก่กองทุนฯ ต่อไป
   
You are here: Home คำถามที่พบบ่อย